สมัคร M8BET อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย – ชีวิตเกิดใหม่’ศักดิ์ดาบสอง’

สมัคร M8BET

อดีตหอกดาวรุ่งที่ถูกคาดหวังสูง ผ่านจุดตกต่ำที่ถูกยกเลิกสัญญา ไร้สังกัดนานครึ่งปี ก่อนจะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง ด้วยผลงาน 10 ประตูจาก 11 นัด

สมัคร M8BET ย้อนกลับไปหลายปีก่อน “ศักดิ์ดาบสอง” อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย ดาวรุ่งจากรั้วอัสสัมชัญ ธนบุรี คือหนึ่งในกองหน้าอนาคตไกลที่หลายคนคาดหวังว่าเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็น “ธีรศิลป์” คนต่อไป จากผลงานดาวซัลโวรายการ ไนกี้ แมนเชสเตอร์ พรีเมียร์ คัพ 2007

อนุศักดิ์ จบสกอร์ได้เฉียบคม หาตัวจับได้ยากในเด็กรุ่นราวคราวกัน นั่นทำให้ เมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ลังเลที่จะเซ็นสุดยอดดาวรุ่งอย่างเขา แต่ทว่าด้วยปัจจัยหลายอย่างๆ ท้ายที่สุดเขาไม่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง และชื่อค่อยๆหายไปจากวงการลูกหนัง กระทั่งหลายคนลืมอดีตดาวรุ่งรายนี้ไปแล้ว

ในวัยเบญจเพศ อนุศักดิ์ ผ่านชีวิตมามากมาย ทั้งจุดสูงสุด ต่ำสุด ประสบการณ์สอนให้เขาแข็งแกร่ง และความยากลำบากทำให้เขาอยู่กับปัจจุบัน โกล ประเทศไทย เปิดใจ ดาวซัลโวยูโร่ เค้ก ลีก โปร โซนตอนล่าง ผู้มีสถิติยิง 10 ประตูจาก 11 นัด กับการกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งของเขา “ศักดิ์ดาบสอง” อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย ศูนย์หน้าจาก บียู เดฟโฟ เอฟซี

สารัช อยู่เย็น

เคียงข้างสารัช

“นัดแรกผมยิงไป 6 ประตู จบทัวร์นาเมนต์ ผมได้ดาวซัลโวรายการ ไนกี้ แมนเชสเตอร์ พรีเมียร์คัพ 2007 รอบเอเชีย ตอนนั้น ทีมชาติชุดใหญ่ มี โจ้ ห้าหลา (ศรายุทธ ชัยคำดี) กำลังดังมากๆ พี่ปูเป้ (สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา) และพี่ๆนักข่าวสยามกีฬาเลยช่วยกันตั้งฉายาให้ผมว่า เอาเป็นว่า “ศักดิ์ดาบสอง” แล้วกัน”

อนุศักดิ์ เล่าถึงการแจ้งเกิดครั้งแรกในสีเสื้อ อัสสัมชัญธนบุรี หลังย้ายจาก โรงเรียนสวนกุหลาบ มาอยู่ในรั้วเจ้าสัวน้อย ช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง สารัช อยู่เย็น เป็นนักเตะที่เล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาตลอด กวาดแชมป์ลูกหนังขาสั้นมานับไม่ถ้วน

เขามีชื่อติดทีมชาติไทย ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ไล่มาจนถึงชุด ยู-22 รวมถึงถูกเรียกไปติดทีมชาติไทย ชุดเตรียมทีมสู้ศึกซีเกมส์ 2011 ในรอบ 25 คนสุดท้าย ขณะที่เจ้าตัวมีอายุเพียง 19 ปี (เด็กสุดในชุดนั้น) ก่อนจะถูกตัดออกในโค้งสุดท้าย โดยมีรุ่นพี่อย่าง รณชัย รังสิโย, ธีราทร บุญมาทัน, นฤพล อารมณ์สวะ ฯ เป็นผู้ที่คว้าโควต้าไปครอง

“จะว่าไปผมอาจจะมีทั้งพรสวรรค์ และพรแสวงผสมกัน ฉายา “ศักดิ์ดาบสอง” ทำให้ผู้คนจับจ้องผมมากขึ้นตั้งแต่เด็ก หลายคนคิดว่า ผมต้องขึ้นมาเป็นตัวหลักสโมสร ตัวหลักทีมชาติ แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างงั้น หลักๆคือ ผมต้องแข่งขันกับต่างชาติตลอด และบางทีก็ไม่ได้รับความไว้วางใจจากโค้ชเท่าไหร่ พอนักบอลไม่ได้ลงเล่นนานๆ มันก็สูญเสียความมั่นใจ”

“ส่วน ตัง (สารัช อยู่เย็น) ผมดีใจกับเขาด้วยนะ เขาเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าดีตั้งแต่เด็กแล้ว ผมรู้จักเขาดีเพราะเราเรียนมาด้วยกัน โตมาด้วยกัน อีกอย่างตำแหน่งของตัง ไม่ต้องแข่งขันกับต่างชาติเยอะด้วย แล้วเขาเล่นเข้ากับแท็คติก ระบบทีมด้วย หลังๆเรามีโอกาสเจอกันบ้าง ผมยังแซวเขาอยู่เลยว่า แหม่ เดี๋ยวนี้ดังแล้วนะ อำกันบ้างครับครับ ขำๆ เราสนิทกัน”